ฟ้าสางทางความลับสุดยอด (๑๓)

  • ธรรมะ คือ หน้าที่ของสิ่งที่มีชีวิตทุกชนิด และทุกระดับตามกฏของธรรมชาติ เพื่อการพัฒนาและความสุขสันติ ทั้งทางวัตถุและจิตใจ; แม้ที่สุดแต่ทางการเมือง ทั้งภายนอกและภายใน ฯ (๒๔๑)

  • ในการศึกษาธรรมะนั้น, สิ่งที่ต้องรู้จักกันเสียก่อนอย่างชัดเจน คือ อุปาทาน (Spiritual-Attachment) และความทุกข์ อันเป็นผลเกิดจากสิ่งนั้น ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ในความรู้สึก, มิใช่การอ่าน หรือการคำนวณโดยเหตุผล ฯ (๒๔๒)

  • ชีวิตเป็นสิ่งที่ปรับปรุงได้, จิตเป็นสิ่งที่พัฒนาได้, โดยการเติมธรรมะลงไป อย่างถูกต้อง ตามกฏของอิทัปปัจจยตา ฯ (๒๔๓)

  • โลกทั้งหมด ขึ้นอยู่กับความรู้สึกผัสสะ, เกิดดับอยู่กับการเกิดดับของผัสสะ; เราจึงควบคุมและปรับปรุงโลกได้ ด้วยการกระทำต่อผัสสะ ฯ (๒๔๔)

  • ความทุกข์ทั้งปวงสรุปรวมอยู่ที่อุปาทาน อันแสดงอาการออกมาเป็นความรัก - โกรธ - เกลียด - กลัว - วิตกกังวล - อาลัยอาวรณ์ - อิจฉาริษยา - หึงหวง - อาฆาตพยาบาท - ความดิ้นรนทางเพศ - ความละเหี่ย - และความฟุ้งซ่าน; ดังนั้น จงรู้จักสิ่งที่เรียกว่า อุปาทาน ให้ถึงที่สุด ฯ (๒๔๕)

  • ความดับแห่งทุกข์ มีอยู่ในตัวความทุกข์; ดังนั้น พอรู้สึกเป็นทุกข์ ก็จงมองหาเหตุของมันในตัวมัน, พบแล้วจะพบความดับทุกข์ที่นั่นเอง; ราวกะว่าหาพบจุดเย็นที่สุด ในกลางเตาหลอมเหล็กที่ลุกโชน : เราเรียกกันว่า "หาพบนิพพาน ท่ามกลางวัฏฏสงสาร! " ฯ  (๒๔๖)

  • การทำงานให้สนุก และรู้สึกเป็นสุข ในขณะที่กำลังทำงานนั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ และน่าสนใจเพียงไร ขอให้ฟังดูให้ดี ฯ  (๒๔๗)

  • มีความรู้จริงเห็นจริงว่า หน้าที่การงานของสิ่งที่มีชีวิตนั่นแหละ คือธรรมะ หรือ พระเจ้า ที่จะช่วยได้จริงๆ; ดังนั้น จงทำหน้าที่ทุกอย่างด้วยความรู้สึกว่า เป็นการปฏิบัติธรรม ก็พอใจ และรู้สึกเป็นสุข ฯ (๒๔๘)

  • ความสุขตามที่คนธรรมดาสามัญเข้าใจกันนั้น หาใช่ความสุขไม่; เป็นเพียงความเพลิดเพลินที่หลอกลวงทางอายตนะ, และแพงมาก : ความสุขที่แท้จริงนั้น ไม่ต้องใช้เงินเลย แต่ทำให้เงินเหลือ ฯ (๒๔๙)

  • ความสุขที่แท้จริง เกิดจากความพอใจในการได้ทำหน้าที่ หรือปฏิบัติธรรมะ; กลับไปบ้าน ทำงานในหน้าที่ให้สนุก และรู้สึกเป็นสุขเสียเมื่อกำลังทำงาน ฯ (๒๕๐)

  • ทุกศาสนามุ่งที่ความรอด (Emancipation) เป็นจุดหมายเหมือนกันทั้งนั้น : รอดตาย (ทางกาย), รอดจากทุกข์ (ทางจิต); แม้วิธีการให้รอดนั้นจะต่างกันบ้าง ฯ (๒๕๑)

  • ศาสนาที่มีพระเจ้า ก็ว่า รอดเพราะพระเจ้าช่วยให้รอด, พุทธศาสนาว่า รอดเพราะการกระทำที่ถูกต้องตามกฏอิทัปปัจจยตา - พระเจ้าชนิดที่มิใช่บุคคล หรือมีความรู้สึกอย่างบุคคล ฯ (๒๕๒)

  • ถ้าดูตามความหมายของสัญญลักษณ์กางเขนแล้ว ศาสนาคริสต์ก็สอนให้ตัดตัวตนด้วยเหมือนกัน (ตัว I ที่ยืนอยู่แล้วถูกตัดที่คอ); และสอนไม่ให้ติดดีติดชั่ว (คำสอนหน้าแรกๆ ของคัมภีร์ไบเบิล ที่พระเจ้าห้ามมิให้อาดัมและอีฟ กินผลไม้ของต้นไม้ที่ทำให้รู้สึกดีชั่ว จนติดดีติดชั่ว) ฯ (๒๕๓)

  • ต้องรู้จักความหมายที่แท้จริงของคำว่า ทางกาย - ทางจิต - ทางวิญญาณ ทั้งสามอย่าง อย่างถูกต้องทั่วถึง; ถ้าไม่รู้ ก็จะเอาไปปนกัน แล้วจะหาไม่พบสิ่งสูงสุด ฯ (๒๕๔)

  • ต้องรู้จักความต่างกันของเครื่องมือดับทุกข์ ทั้งสามอย่างคือ ความรู้ - ความเข้าใจ - ความเห็นแจ้งแทงตลอด มิฉะนั้น จะไม่เข้าถึงสิ่งที่ดับทุกข์ได้ ฯ (๒๕๕)

  • สุญญตา (ความว่าง) ในพุทธศาสนา คือ Selflessness หรือ Voidness; มิใช่ Emptiness, Nothingness, ซึ่งเป็น Nihilism; ช่วยระวังสักหน่อยในการศึกษา ฯ  (๒๕๖)

  • คำว่า "ธรรมะ" มีความหมาย ๔ อย่าง คือ ตัวธรรมชาติ, กฏของธรรมชาติ, หน้าที่ตามกฏของธรรมชาติ, ผลจากหน้าที่นั้น; เข้าใจหลักพื้นฐานเหล่านี้แล้ว จะเป็นการง่ายที่สุด ในการศึกษาพุทธศาสนา อย่างถูกต้องและครบถ้วนกระบวนความ ฯ  (๒๕๗)

  • คำว่า "ศาสนา" หรือ Religion คือการปฏิบัติตามระเบียบปฎิบัติ ที่ทำให้เกิดความผูกพันกัน ระหว่างมนุษย์กับสิ่งสูงสุด ชนิดที่มีผลเป็นการหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง ฯ  (๒๕๘)

  • ธรรมะ มิได้เป็นของตะวันออก หรือตะวันตก แต่เป็นของทุกๆ ปรมาณู ที่ประกอบกันขึ้นเป็นสากลจักรวาล (Cosmos) ดังนั้น เป็นการน่าหัว ที่จะพูดว่า ศาสนาของตะวันออก หรือศาสนาของตะวันตก ฯ  (๒๕๙)

  • โดยอาศัยอำนาจของธรรม เราสามารถมีชีวิตชนิดที่ไม่มีการกระทบกระทั่ง (Conflict) และ ไม่มีความทุกข์ (Dissatisfactorness) ทุกๆ ชนิดเหนือธรรมดา ฯ  (๒๖๐)

 

 

 

คัดจากหนังสือ อสีติสังวัจฉรายุศมานุสรณ์ จาก ท่านพุทธทาสภิกขุ ในหัวข้อ ฟ้าสางทางความลับสุดยอด พิมพ์โดย ธรรมทานมูลนิธิ และ สนพ. สุขภาพใจ พิมพ์ครั้งที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๔๐