โลกกลียุค  

โลกทุกวัน อยู่ในขั้น กลียุค

ที่เบิกบุก เร็วรุด ถึงจุดสลาย

จนสิ้นสุด มนุษยธรรม ด่ำอบาย

เพราะเห็นกง –จักรร้าย เป็นดอกบัว

กิเลสไส- หัวส่ง ลงปลักกิเลส

มีความแกว่น แสนวิเศษ มาสุมหัว

สามารถดูด ดึงกันไป ใจมืดมัว

เห็นตนตัว ที่จมกาม ว่าความเจริญ

มองไม่เห็น ศีลธรรม ว่าจำเป็น

สำหรับอยู่ สุขเย็น ควรสรรเสริญ

เกียรติ กาม กิน บิ่นบ้า ยิ่งกว่าเกิน

แล้วหลงเพลิน ความบ้า ว่าศีลธรรมฯ  

โลกอนิจจัง  

ตามธรรมดาถ้าไม่มีความเปลี่ยนแปลง

มาบังแฝง คนจะเบื่อ จนเหลือที่

จะเป็นคน ทนอยู่ ในโลกนี้

หนักเข้ามี แต่อยาก จะดับไป

ดับจากโลก เพราะโลก มันน่าชัง

แต่ใครบ้าง รู้สึก เช่นนี้ได้

เพราะโลกมี อนิจจัง บังเอาไว้

คนเราใช้ อนิจจัง ขังตัวเองฯ  

โลกพัฒนา

โลกพัฒนา ที่เรียกว่า Developed

ดูจะเพื่อ จุดจบ เสียมากกว่า

หรืออย่างน้อย ให้จบเร็ว กว่าธรรมดา

นึกแล้วพา อนาถใจ ใคร่ท้วงติง

เร่งพัฒนา เหมือนเร่งฆ่า ให้ตัวตาย

ทรัพย์ธรรมชาติ วอดวาย คล้ายกับวิ่ง

ผลได้มา เฟ้อกว่า ความเป็นจริง

จนยุ่งขิง กันไปหมด อดเยือกเย็น

โลกพัฒนา วัตถุเหลือ เหนือคุณธรรม

ไม่อิ่มหนำไม่คิดเปลื้องพวกเรื่องเหม็น

เรื่องอวกาศ เรื่องอาละวาด เกินจำเป็น

ยิ่งโลดเต้น ยิ่งสุมโศก โลกพัฒนาฯ

 

 

ชาตินี้ ชาติหน้า(3)

ตัวอย่างที่จะยก ยังมีอีกมากมาย และยังจะต้องยกในฝ่ายดี ฝ่ายบุญ ฝ่ายกุศล
เรื่องเกี่ยวกับ สวรรค์ พรหมโลก อะไรอีก เวลาไม่พอ แต่จะสรุปความว่า เมื่อ
ใดมีความสุข ตามวิสัยของกามคุณ เมื่อนั้น เป็นสวรรค์กามาวจร เมื่อใดมีความ
สุข ไม่เกี่ยวกับกามคุณ เป็นของจืดสนิด บริสุทธิ์ คือ ความสุขเกิดจากสมาธิ คือ
ความที่ใจสะอาด สว่าง สงบ แล้ว เมื่อนั้น เป็นความสุข อย่างรูปวจร บ้าง
อรูปวจรบ้าง อย่าง โลกุตตระบ้าง

มันต้องเป็นเรื่องที่นี่ ในโลกนี้ ในวิสัยที่เราจะควบคุมบังคับได้ จึงจะมีประโยชน์
แก่เรา นี้เรียกว่า สุคติก็ตาม ทุคติก็ตาม ต้องอยู่ในวิสัยที่เราจะเกี่ยวข้องด้วยได้
ควบคุมได้ บังคับได้ เห็นอยู่เองโดยประจักษ์ ในลักษณะที่เป็นสันทิฎฐิโก เป็น
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิเสมอไป และเมื่อทำในส่วนนี้ได้แล้ว ก็เป็นอันรับ
ประกันได้ว่า แม้จะมีชาติหน้าอย่างไร อีกกี่ชาติ กี่อะไรก็ตาม มันก็เป็นอันกระทำ
แล้วด้วยเหมือนกัน ไม่ต้องเป็นห่วง

ให้สนใจทำที่นี่ ด้วยสติปัญญาของตนเอง อย่าต้องให้กระทำไป ด้วยการถูกขู่
ให้กลัว หรือ ถูกล่อให้อยากได้ ให้หลงใหล อย่างที่เรียกว่า เอานรกมาขู่ เอา
สวรรค์มาล่อ ทำนองนั้นเลย มันไปไม่รอด และมันไม่อยู่ในวิสัย ที่นักศึกษา
ธรรมฑูต จะเชื่ออย่างนี้ และ จะสอนอย่างนี้ เพราะ มันไม่สบหลักวิทยาศาสตร์
เพราะ มันไม่อยู่ในเหตุผล ไม่อยู่ในวิสัย ที่จะบังคับได้ ควบคุมได้ หรือ ดับทุกข์
ได้เลย ต้องทำไป ในลักษณะที่เห็นอยู่ เข้าใจอยู่ กระทำได้อยู่ รู้สึกได้ด้วยตนเอง
อยู่ พร้อมไปด้วยเหตุผลเสมอ เรื่องเกี่ยวกับชาตินี้ หรือ ชาติหน้า จักต้องเป็นอย่าง
นี้ จึงจะมีประโยชน์ และปลอดภัยจริงๆ ถ้าเป็นอย่างอื่นแล้ว เป็นเรื่องคาดคะเน
และจะเป็นเรื่องเหลว คว้างเป็นน้ำเหลว ไปในที่สุด เป็นเพียงแต่เรื่อง การขู่ให้
กลัว เพื่อผลดีทางศีลธรรมบ้าง เท่านั้นเอง.

นี่เป็น motion อันหนึ่งที่กำลังผลักดันให้คนประพฤติศีลธรรม แต่มันอาจจะ
ใช้ได้แก่คนที่มีความเชื่อ หรือความกลัวอยู่อย่างนั้นในสมัยก่อน หรือว่าในเวลา
อื่น ในถิ่นอื่น ในยุคอื่น เสียมากกว่า สำหรับคนในยุควิทยาศาสตร์นี้ หรือ ยุค
ดาวเทียม หรือ ยุคอะไรทำนองนี้ motion หรือ motive อันนี้ คงจะใช้ไม่
ได้เสียแล้ว motive แปลว่า เครื่องทำให้เกิดการไหว หรือผลักดันไปให้เป็น
motion คือ การกระทำ

คำสอนที่สอนให้เห็น ให้เชื่อ เกี่ยวกับชาตินี้ ชาติหน้า เป็น motion อัน
สำคัญแน่นอน จริงแท้ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่มันมีปัญหาอยู่ว่า สอนว่า
อย่างไรต่างหาก จึงจะเป็น motive ที่ทำให้คนทำความดี ละอายความชั่ว
แล้วทำให้คน ดำรงจิตใจ อยู่ได้ ในลักษณะที่ไม่เป็นทุกข์ ซึ่งเป็นผลส่วนตัว
สูงขึ้นไป เรื่องทางสังคมนั้น ก็มีความสำคัญ แต่ว่า ไปไม่ได้สูง เหมือนเรื่อง
ส่วนตัว เรื่องส่วนตัว ไปได้ถึงนิพพาน เรื่องสังคม นั้น ก็คลานต้วมเตี้ยม อยู่
ในหมู่สังคมนั่นเอง แต่แล้ว ก็ต้องอาศัย ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับชาตินี้
และชาติหน้า อยู่ด้วยกันทั้งนั้น เป็นเรื่องที่ นักศึกษาธรรมฑูต จะต้องสนใจ
เป็นพิเศษ เอาไปสอน เอาไปถก เอาไปวิพากษ์วิจารณ์ กันให้ดีๆ หน้าที่ที่เรา
ได้รับมอบหมาย จึงจะเป็นไปได้ด้วยดี ไม่เสียทีที่ ถูกยกย่องว่า เป็นกิจอันมี
เกียรติ และสำคัญ

คำว่า ชาตินี้ คำว่า ชาติหน้า มีความหมายเป็น ๒ อย่าง อยู่อย่างนี้ คือ
ความหมาย ทางภาษาคน คนโง่ คนไม่รู้ธรรม ก็ดูจะเป็นเรื่อง เนื้อหนัง
ร่างกาย ตายแล้ว เข้าโลงไปแล้ว จึงจะเป็นชาติหน้า ส่วนชาติหน้า ตาม
ภาษาธรรม คือ ภาษาของคนที่รู้ธรรมะ นั้น จักไม่ใช่อย่างนั้น จักต้อง
เป็นเรื่อง การเกิดตามทางธรรม เกิดได้เมื่อไรก็ได้ แล้วเกิดได้มากๆ ใน
วันหนึ่งๆ แล้วก็มีปัญหา เป็นเรื่องไป เป็นกรณีๆ ไป เขาจะต้องรู้จัก จัด
ทำ ในปัญหาประจำวัน ในชีวิตประจำวันนี้ อย่าให้ตกอบาย ให้เป็นที่พอ
ใจ คือเป็นสวรรค์ อย่างใด อย่างหนึ่ง อยู่ จนกว่าจะถึงขั้นสุดท้าย คือ
ไม่เป็นอะไรหมด เพราะว่า การที่ต้องเป็นอะไร อย่างใด อย่างหนึ่ง ไว้
เสมอไป สู้ไม่เป็นอะไร ไม่ได้ คือ เป็นโลกกุตตระ หรือ เป็นนิพพาน อยู่
เหนือสิ่งใดหมด

เพราะฉะนั้น เรื่องชาตินี้ ชาติหน้านั้น เป็นเรื่องของความทุกข์ ที่ต้อง
ระมัดระวังทั้งนั้น เป็นทุคติ ก็มีความทรมาน ไปตามแบบของทุคติ เป็น
สุคติ ก็มีความทนทรมาน อย่างปราณีต ละเอียดสุขุม แทบจะไม่รู้สึกตัว
ไปตามแบบของสุคติ สู้ไม่เป็นอะไรเลยไม่ได้ นี้คือ การแก้ปัญหา เกี่ยวกับ
ชาตินี้ ชาติหน้า ให้หมดไป.

ขอได้โปรดสนใจ ให้เป็นพิเศษ เรื่องเกี่ยวกับชาตินี้ชาติหน้า มันมีหลัก
สำคัญ อยู่อย่างนี้ เราจะไปสอน ให้คนจมติดอยู่ที่ชาติใด ชาติหนึ่งนั้น
เป็นเรื่องของความโง่ ของผู้สอนนั้นเอง และ ไม่เป็นพุทธศาสนา ด้วย
เพราะไม่สอนความหลุดรอด หรือหลุดพ้นไปจากการเวียนว่าย ในวัฏฏ
สงสาร
ชาตินี้ ชาติหน้า คือ วัฏฏสงสาร ทั้งนั้น ต่อเมื่อ เหนือชาติ จึงจะ
เป็นนิพพาน หรือ เป็นโลกุตตระ เรารู้เรื่องชาตินี้ ชาติหน้า ให้ถูกต้อง
ให้อยู่ในวิสัย ที่จะจัดการกับมันได้ แล้วให้ได้รับผล เป็นความพ้นไปจาก
ชาติ ทันในปัจจุบัน ทันตาเห็นนี้ ก่อนแต่จะเน่า เข้าโลงไป จึงจะได้ชื่อว่า
เป็นสาวก ผู้สั่งสอนถูกต้อง ตามหลักพระพุทธศาสนา ของสมเด็จพระ
บรมศาสดา

หวังว่า จะได้มีการสังวรระวังในเรื่องนี้ ให้มากเป็นพิเศษ ให้สมกับ
ที่เป็นเรื่องหนึ่ง เรื่องเดียว เรื่องสูงสุด ในพระพุทธศาสนา มีความ
หลุดพ้น ไปจากความทุกข์ ทั้งปวง ด้วยกันจงทุกๆ คนเทอญ

เวลาที่กำหนดไว้ สำหรับการพูดจากัน ตอนหนึ่งก็สิ้นสุดลงแล้ว .

 

 

 
BACK 

คำบรรยายธรรม "อบรมพระธรรมฑูต" ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๐ โดย "พุทธทาสภิกขุ"
คัดจาก หนังสือ ดอกโมกข์ รายตรีมาส ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๒ สิงหาคม - ตุลาคม ๒๕๔๒