พระราชพิธีทรงพระผนวชพุทธศักราช
๒๔๙๙ (ต่อ)*
ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงดำรงสมณเพศ
ได้ทรงเคร่งครัดในพระธรรมวินัยเช่นเดียวกับพระภิกษุทั่วไป
โดยเวลา ๐๘.๐๐
น.
เสด็จพระราชดำเนินลงพระอุโบสถและเสด็จลงทำวัตรเย็นอีกครั้งหนึ่ง
ทรงสดับพระวินัยและพระธรรมที่พระเถระในวัดไดัผลัดเปลี่ยนกันแสดง
นอกจากนั้น
ยังได้ทรงร่วมกฐินกรรมในพระราชพิธีพระกฐินหลวง
ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
เสด็จพระราชดำเนิน
และทรงชักผ้าป่าที่ไวยาวัจกรจัดถวาย
พระราชกิจสำคัญอีกประการ
คือ
เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
เพื่อทรงมนัสการพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้า
กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
ซึ่งเป็นพระบรมวงศ์พระองค์แรกที่ทรงผนวชจนทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช
หรือสมเด็จพระมหาสมณเจ้า
เสร็จแล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
เพื่อทรงมนัสการพระพุทธชินราชในพระอุโบสถ
และทรงอุทิศพระราชกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
สมเด็จพระบรมอัยกาธิราช
เสด็จพระราชดำเนินไปวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
เพื่อทรงสักการะพระอัฐิพระเจ้าวรวงศ์เธอ
กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
ทรงอุทิศพระราชกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยังอนุสรณ์รังษีวัฒนา
ในสุสานหลวงวัดราชบพิตสถิตมหาสีมาราม
ทรงอุทิศพระราชกุศลถวายสมเด็จพระบรมราชชนก
กรมหลวงสงขลานครินทร์
และสเด็จพระราชดำเนินไปถวายสักการะพระปฐมเจดีย์
จังหวัดนครปฐม
และทรงอุทิศพระราชกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
กิจสำคัญของพระภิกษุประการหนึ่งคือ
การออกรับบิณฑบาตจากประชาชน
ซึ่งถือว่าเป็นการโปรดสัตว์
เพื่อให้โอกาสแก่ประชาชนได้บำเพ็ญบุญในการทรงพระผนวชนี้
จึงเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน
เพื่อทรงรับบิณฑบาตโปรดพระบรมวงศานุวงศ์
และเสด็จพระราชดำเนินไปยังทำเนียบรัฐบาล
เพื่อโปรดคณะรัฐมนตรี
และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
เช้าวันที่
๔ พฤศจิกายน
พุทธศักราช
๒๔๙๙
เป็นวันที่
๑๔
แห่งการทรงพระผนวช
ได้เสด็จพระราชดำเนินออกบิณฑบาตโดยไม่มีหมายกำหนดการ
โดยเสด็จพระราชดำเนินไปตามถนนสายบางลำพู
แล้วเสด็จพระราชดำเนินประทับรถวิทยุ
อ.ส. (ก.ท.
ส่วนพระองค์)
ที่ภายในบริเวณโรงเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร
ออกไปทางสะพานเฉลิมวันชาติ
ผ่านหน้าวังสวนกุหลาบ
ถนนราชวิถี
ถนนพระรามที่
๖
อ้อมไปทางสะพานควาย
กลับมาทางถนนพหลโยธินและถนนพญาไท
ทรงแวะรับบิณฑบาตที่บริเวณใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
และสี่แยกราชเทวี
ถนนเพชรบุรี
ผู้ที่ออกมาตักบาตรเป็นปกติ
ทั้งคนไทยและคนจีนที่ได้มีโอกาสถวายอาหารบิณฑบาตแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จึงรู้สึกตื่นเต้นที่มีบุญอย่างยิ่งโดยมิได้คาดฝัน
และเมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับถึงวัดบวรนิเวศวิหาร
มีคนมาถวายอาหารหน้าวัดอีก
๕-๗ ราย
ซึ่งจะต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ต่อไปว่า
พระมหากษัตริย์ที่ทรงพระผนวชได้เสด็จพระราชดำเนินออกทรงรับบิณฑบาตจากประชาชน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำพระราชพิธีลาพระผนวช
ในวันที่ ๕
พฤศจิกายน
พุทธศักราช
๒๔๙๙ เวลา ๑๐.๑๕
น.
เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่สองแห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์
ที่ทรงพระผนวชในขณะดำรงสิริราชสมบัติเป็นการทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ
ในฐานะพระพุทธศาสนิกชนอย่างสมบูรณ์
เป็นการสนองพระเดชพระคุณพระบรมราชบุรพการี
และยังเป็นการสืบทอดราชประเพณีจากสมเด็จพระบรมอัยกาธิราช
และที่สุด
เป็นพระราชกรณียกิจที่บรรดาพุทธศาสนิกชนชาวไทยชื่นชมและทวีความจงรักภักดีในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
ตราบเท่ากาลนาน.