การงานคือการปฏิบัติธรรม

 

อันการงาน คือคุณค่า ของมนุษย์

ของมีเกียรติ สูงสุด อย่าสงสัย

ถ้าสนุก ด้วยการงาน เบิกบานใจ

ไม่เท่าไร ได้รู้ธรรม ฉ่ำซึ้งจริง

 

เพราะการงาน เป็นตัวการ ประพฤติธรรม

กุศลกรรม กล้ำปนมา มีค่ายิ่ง

ถ้าจะเปรียบ ก็เปรียบคน ฉลาดยิง

นัดเดียววิ่ง เก็บนก หลายพกมา

 

คือการงาน นั้นต้องทำ ด้วยสติ

มีสมาธิ ขันติ มีอุตสาห์

มีสัจจะ มีทมะ มีปัญญา

มีศรัทธา และกล้าหาญ รักงานจริง  

 

 

๓. การริเริ่มงานทางศาสนา และตั้งคณะธรรมทาน 

ตั้งหีบหนังสือธรรมะให้คนยืมอ่านที่ร้านไชยา พานิชขณะที่ นายยี่เก้ย เรียนเตรียมแพทย์อยู่ที่
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น เขาได้แสดง
นิสัย อยากส่งเสริมพุทธศาสนา ให้รุ่งเรือง
โดยพยายาม ค้นคว้าหาหนังสือเกี่ยวกับ
พุทธศาสนา อ่านอยู่เสมอ บทความที่เร้าใจ
ให้เขาเห็นคุณค่าของพระพุทธศาสนา และ
ทำให้เขามุ่งศึกษาค้นคว้ามากขึ้น ได้แก่
บทความเกี่ยวกับการเผยแพร่พุทธศาสนา
ทางสมาคมมหาโพธิ ของธรรมปาละ และ
หนังสือยังอีสต์ของญี่ปุ่น ครั้นกลับมาบ้าน
ในปี พ.ศ. ๒๔๗๐ ความที่อยากจะให้ผู้อื่นได้มีความรู้ และสนใจพุทธศาสนา
มากขึ้น ก็ทำให้ นายยี่เก้ย รวบรวมหนังสือ ของหลวงวิจิตรวาทการ และหนังสือ
อื่นๆ จัดตั้งหีบหนังสือขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๒ เพื่อให้ผู้สนใจได้ยืมอ่านจากการ
ตั้งหีบหนังสือนี่เอง ทำให้เกิดความสนใจ ในหมู่คนแถบนั้น กิจกรรมที่สำคัญ
ของกลุ่มผู้สนใจนี้ ได้แก่ จับกลุ่มสนทนากัน เรื่องจะทำพุทธศาสนา ให้ถูกต้อง
ให้บริสุทธิ์ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ ต่อมา ได้เป็นกำลังในการ ตั้งสวนโมกข์ และคณะ
ธรรมทาน มี นายเที่ยง จันทเวช, นายดาว ใจสอาด, นายฉัว วรรณกลัด, นายเนิน
วงษ์วานิช และนายกวย จิ้วไม้แดง
นอกจากนี้ยังมี ผู้เห็นอานิสงฆ์ ร่วมบริจาคเงิน
ช่วยซื้อหนังสือเพิ่มเติม ในกิจการนี้หลายราย ทำให้มีหนังสือต่างๆ มากขึ้น

ในช่วงเวลานี้เอง นายยี่เก้ยได้รู้จักชาวลังกาผู้หนึ่ง ชื่อ สิริเสนา ชาวลังกาผู้นี้ มา
พักอยู่ที่ท่าโพธิ์ ได้เล่าให้นายยี่เก้ยฟัง ถึงเรื่องการปฏิบัติที่เคร่งครัด ของพระ
บางสำนักในลังกา เช่น สำนักของท่าน อนาคาริกธรรมปาละ สำนักนี้ได้ตั้งสมาคม
มหาโพธิขึ้น เพื่อดำเนินการฟื้นฟูพุทธศาสนาในลังกาและอินเดียอย่างจริงจัง 

นายยี่เก้ย ได้แนวคิด และกิจกรรมของสำนักนี้ มาจัดตั้งคณะธรรมทานขึ้น เมื่อ
เดือน กรกฏาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ ทุนดำเนินการระยะแรก ที่ตั้งองค์การการกุศลนี้
ได้จาก นางเคลื่อน พานิช ผู้เป็นมารดา ไว้ใช้ดอกผล ในกิจการของ องค์การการ
กุศล คณะธรรมทาน คือให้ใช้จ่ายบำรุงพุทธศาสนา ที่ได้กำหนดไว้เป็นกิจการ
ประจำตระกูล การจัดตั้งคณะธรรมทาน ขึ้นมาดังกล่าว ในระยะแรก จึงเป็น
การมุ่งบำรุงกิจการ ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมของ สวนโมกขพลาราม ซึ่งท่าน
พุทธทาสภิกขุ (มหาเงื่อม อินฺทปญฺโญ) ได้จัดตั้งขึ้นที่วัดตระพังจิก ตำบล
พุมเรียง อำเภอไชยา เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นส่วนใหญ่ คณะ
ธรรมทานที่ตั้งขึ้นนั้ นอกจากได้รับทุนอุดหนุนจากนางเคลื่อนแล้ว นางเคลื่อน
ยังยินยอมให้ใช้บ้านหลังหนึ่ง เป็นห้องธรรมทาน กิจกรรมของคณะธรรมทาน
ในระยะนี้ ได้แก่ ชักชวนมิตรสหาย บำเพ็ญบุญทุกวันพระ มีถวายสังฆทาน
ไหว้พระ ฟังธรรม สนทนาธรรม ศึกษาธรรมจาก หนังสือที่รวบรวมขึ้นเป็น
หีบหนังสือ สำหรับพระที่มาเทศน์ประจำ ที่ห้องธรรมทานในวันพระ ก็คือ
พระมหาเงื่อม นั่นเอง คณะธรรมทานที่ตั้งขึ้นนี้ ได้รับความสนับสนุนจาก
บุคคลและหน่วยงานที่มีจิตศรัทธาเป็นอย่างดี

หลังจากที่ได้พบกับหนุ่มลังกาแล้ว ด้วยอยากรู้เรื่องราว เกี่ยวกับ สมาคม
มหาโพธิ เพิ่มเติม นายยี่เก้ย จึงมีจดหมาย ติดต่อกับสมาคมดังกล่าว ขอ
เป็นสมาชิก หนังสือมหาโพธิ ตลอดชีพ รวมทั้งติดต่อรับ บริติช บุดดิสต์
ของสมาคมมหาโพธิ ที่ลอนดอน และวารสารพุทธศาสนาภาษาอังกฤษ อื่นๆ
อีกบางฉบับเช่น บุดดิสต์ อิน อิงแลนด์ และบุดดิสต์ แอนนวล ออฟ ซีลอน
ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้นายยี่เก้ย รู้ข่าวคราว ความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับ
พุทธศาสนา ในต่างประเทศ เป็นอย่างดี และข่าวคราวเหล่านี้ นายยี่เก้ย
ได้แบ่งปันให้พระพี่ชาย ได้รับรู้ แม้เมื่อพระพี่ชาย ได้ขึ้นไป อยู่กรุงเทพฯ
แล้ว มีเล่มไหนที่น่าสนใจ ก็ยังได้จัดส่งไปให้อ่านอีกด้วย 

ย้อนกลับ หน้าต่อไป
บทความในวารสาร พุทธสาสนา ปีที่ ๖๘ เล่ม ๓ พุทธศักราช ๒๕๔๓ ฉบับพิเศษ สดุดีครูธรรมทาส พานิช เขียนโดย ชวน เพชรแก้ว พ.ศ. ๒๕๒๘