๖.
การจัดตั้งโรงเรียนพุทธนิคม
ในปี พ.ศ. ๒๔๗๙
นายยี่เก้ย หรือ ในขณะนี้ที่คนทั่วไปเรียกกันติดปากว่า
นายธรรมทาส ได้เล็งเห็นว่า
ในตลาดไชยา ยังไม่มีโรงเรียน
เด็กนักเรียนชั้น
ประถม
ต้องเดินไปเรียนที่
โรงเรียนสารภีอุทิศ ท่าโพธิ์
หรือ โรงเรียนวัด
พระธาตุ
ระยะทางประมาณ สองกิโลเมตร
จึงได้ตัดสินใจ
จัดตั้งโรงเรียน
พุทธนิคม
ขึ้นที่บ้านธรรมทาน หมู่ ๓
ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา
นั่นเอง
โดยได้ยื่นแบบแจ้งความจำนงขอตั้งโรงเรียนต่อ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ธรรมการ
ผ่านทางอำเภอไชยา
เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๔๗๙
และเปิดสอน
ชั้นเด็กเล็ก (อนุบาล)
เป็นการทดลอง เมื่อวันที่ ๓๐
ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๙
ในเดือนธันวาคม
ปีเดียวกันนี้เอง
โรงเรียน
ได้รับหนังสือตอบรับความจำนงจากรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงธรรมการ
หนังสือนั้น ลงวันที่
๑๒
ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๙
โรงเรียนพุทธนิคม
จึงเปิดดำเนินการอย่างจริงจัง
ตั้งแต่ปี พ.ศ.
๒๔๘๐ เป็นต้นมา
และ ต่อมาในปี พ.ศ.
๒๔๘๑
ทางโรงเรียน ได้รับใบอนุญาต
ลง
วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๑
อนุญาตให้
นายยี่เก้ย พานิช
เป็นเจ้าของจัดตั้งโรงเรียนขึ้นที่ห้องแถวสองชั้น ริมทางรถไฟ หมู่
ที่ ๓
ตำบลพุมเรียงได้ตามประสงค์
ในหนังสือใบอนุญาตนั้น ได้แก้ชื่อ นายยี่เก้ย
พานิช
เป็นนายธรรมทาส พานิช ผู้แก้คือขุนวิเศษดรุณกิจ
ธรรมการจังหวัดในสมัย
นั้นชื่อนายยี่เก้ย
จึงเปลี่ยนแปลงมาใช้เป็นนายธรรมทาส
อย่างจริงจังตั้งแต่บัดนั้น

อาคารเรียน
โรงเรียนพุทธนิคมหลังแรก
โรงเรียนพุทธนิคม
ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดย
นายธรรมทาสนั้น
เหตุที่ใช้ชื่อว่า "พุทธนิคม"
ก็ด้วยมีความมุ่งหมาย
ที่จะจัดอบรมนักเรียน
ในทางพุทธศาสนา คู่ไปด้วย
ทำนอง
เดียวกันกับ
โรงเรียนมิชชันนารี
โรงเรียนนี้จึง
หยุดรอบสัปดาห์ ในวันพระ (๘
ค่ำ,
๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ)
และนอกจากจะมี
การเรียนวิชาต่างๆ
ตามหลักสูตร ของ
กระทรวงธรรมการแล้ว
ยังมีการอบรมสั่งสอน
วิชาพุทธศาสนา เป็นพิเศษ
ใน
วัน ๑๔ ค่ำ เพื่อเป็น
การอบรมนักเรียน ทางศาสนา
โรงเรียนได้ กำหนดวินัย
ของโรงเรียนขึ้น เรียกว่า "กฏชาวพุทธ"
มี ๕ ข้อคือ
ละเว้นของเสพติดทุกชนิด,
ละเว้นการพนันทุกชนิด,
มีความมัธยัสต์ ไม่ฟุ่มเฟือย
ใช้จ่ายในสิ่งที่เป็นประโยชน์,
มีความพากเพียรในการทำงาน
ทำงานโดยไม่เลือกงานสูงงานต่ำ, และประพฤติตน
ตามหลักของพุทธศาสนา
นอกจากนักเรียน
จะต้องประพฤติตนตาม"กฏชาวพุทธ"
แล้ว
โรงเรียนนี้ได้เปิด
สอนวิชาพุทธศาสนาตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มเปิดสอนนักเรียน
หนังสือที่พิมพ์ขึ้นประกอบ
การเรียนชื่อ
"พุทธศาสนาเบื้องต้น"
มีสอนการปฏิบัติตามหลักมรรคมีองค์แปด
เท่าที่นักเรียนจะปฏิบัติตามได้
สอนพุทธประวัติอย่างง่ายๆ
ไม่มีเรื่องปาฏิหาริย์
เทวดา
พระยามาร
และสอนสิ่งที่นักเรียนควรรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนา
หนังสือ
พุทธศาสนาเบื้องต้น
มีผู้อ่านบางท่าน
ได้ขออนุญาติพิมพ์
แล้วแจกแก่ผู้สนใจ
ทั่วไป
นับได้ว่าหนังสือที่นายธรรมทาส
จัดพิมพ์ขึ้น
เพื่อการสอนวิชาพุทธศาสนานี้
ก่อให้เกิดประโยชน์กว้างขวาง
ไม่เฉพาะแต่นักเรียนเท่านั้น
นอกเหนือจากหนังสือ
"พุทธศาสนาเบื้องต้น"
แล้ว
หนังสือที่ใช้สอนวิชาพุทธศาสนา
ก็ยังมีอีก ๓ เล่ม
คือ พระพุทธ
พระธรรม พระสงฆ์
๗. จากคณะธรรมทาน ถึง
ธรรมทานมูลนิธิ
กิจการของ
โรงเรียนพุทธนิคม
เจริญก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ
จนกระทั่ง ปี พ.ศ. ๒๔๙๖
นายธรรมทาส เห็นว่า
ควรจัดตั้ง
คณะธรรมทานเป็นมูลนิธิ
เพื่อให้การอุปถัมภ์แก่
กิจการโรงเรียน
จึงได้ยื่นเรื่องราวการจัดตั้ง
"ธรรมทานมูลนิธิ" ต่อสภาวัฒนธรรม
แห่งชาติ
เมื่อเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๖
และ ได้รับอนุญาต
ให้
ดำเนินการได้ ในเดือน
มกราคม ปีต่อมา ตั้งแต่นั้นมา
เงินทุน
และทรัพย์สิน
ของโรงเรียน
ก็อยู่ในความอุปถัมภ์ ของ
ธรรมทานมูลนิธิ
ได้รับเงินอุดหนุน ช่วยเหลือ
ในการปลูกสร้าง อาคารเรียน
และ
ปรับปรุงโรงเรียน
ในด้านอื่นๆ ที่จำเป็น
ช่วยให้ กิจการของโรงเรียน
มีความ
มั่นคง มากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจาก
การให้ความอุปถัมภ์
แก่โรงเรียนแล้ว มูลนิธิ
ยังมีวัตถุประสงค์ ที่สำคัญ
อยู่หลายประการ เช่น
เผยแพร่ธรรม โดยการจัด
พิมพ์
หนังสือธรรมะ จัดสอนธรรมะ
ให้ทุนแก่ นักเรียน และ ครู
ในการศึกษา
ทำหน้าที่ทายก
และไวยาวัจกร ของ
สำนักปฏิบัติธรรม
สวนโมกขพลาราม
มูลนิธิจึงมี
บทบาทสำคัญยิ่ง ในการอุดหนุน
และ บำรุงพุทธศาสนา โดยเฉพาะ
สถานที่ปฏิบัติธรรม คือ
สวนโมกข์ใหม่ ก็ได้รับ
การสนับสนุน ของมูลนิธิ นี้
และเอกสารหนังสือ ต่างๆ
ที่เกี่ยวกับ การปฏิบัติ เช่น
พระไตรปิฎก ฯลฯ ของ
สวนโมกข์
ที่จัดพิมพ์ขึ้น ก็ด้วยการ
สนับสนุนของ มูลนิธิธรรมทาน
แทบทั้งสิ้น
|