|
ไกวัลยธรรม
คำกลอน
เรียกเป็นการ เข้าถึง
ธรรมธาตุ
"ตถตา" ประกาศ
เป็นคำสอน
"เช่นนั้นเอง"
เพ่งดู สู่นคร
แดนอมร เย็นสงบ
พบไกวัลย์
การรู้เห็น
เช่นนั้นเอง เพลงธรรมชาติ
ศิลปกินขาด เกินที่
ดนตรีสวรรค์
ดนตรีธรรม นำสุข
ทุกคืนวัน
แสนสุขสันต์ ปลอดอามิส
จิตบันเทิง
การเข้าถึง ธรรมธาตุ
กวาดวัตถุ
สิ่งระบุ เปลี่ยนแปลง
แหล่งหลอกเหลิง
ลวงยึดมั่น เป็นของฉัน
ขวัญกระเจิง
เป็นดุจเพลิง เผาผลาญ
ให้เป็นจุณณ์
ในกองไฟ มีความเย็น
เห็นให้ชัด
ใช้ปัญญา กำจัด
จิตเกื้อหนุน
สำคัญใน กิเลส
ว่าเป็นคุณ
นึกถึงทุน เดิมไว้
ได้ปลอดภัย
อันกิเลส คือของใหม่
ไหลไม่หยุด
เปรียบคลื่นใน
มหาสมุทร หยุดสงสัย
เพียงหยุดลม จมทิฏฐิ
คลื่นเงียบไป
ความเย็นใจ คืนกลับ
นับทุนเดิม.
-ชุติวัณณ์-
|
-๔-
ไกวัลยธรรม
ในฐานะกฏแห่งอิทัปปัจจยตา
ดังกล่าวแล้วว่า
"ไกวัลยธรรม"
เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง
ควรทำความเข้าใจ ในความหมาย
ของคำๆนี้ ให้แจ่มแจ้ง
อยู่เสมอว่า "เป็นสิ่งที่มีอยู่ทั่วไป"
ในทุกหน ทุกแห่ง โดยเฉพาะ
เป็นสิ่งที่มีอยู่
ในตัวเราทุกคน ตลอดเวลา
เมื่อรู้ได้อย่างนี้
ย่อมทำให้ กลัวบาป กลัวกรรม
เพราะ ไม่มีความลับ
สำหรับไกวัลยธรรม
และแสวงหาพระเจ้า หรือ
ไกวัลยธรรม
ในตนเองเป็นที่พี่ง
ไม่ต้องพึ่งสิ่งภายนอก
เพื่อความเป็นมนุษย์
ที่สมบูรณ์ (๑๓๘)
ในลักษณะที่กล่าวว่า
"พระเจ้าคือผู้สร้าง"
ในความหมายนี้ ย่อมตรงกับ
สิ่งที่เรียกว่า "ไกวัลยธรรม"
อันเป็นปฐมเหตุของสิ่งทั้งปวง
สิ่งทั้งปวง ไหลออกมาจาก
ไกวัลยธรรม โดยเฉพาะคือ
เป็นผู้สร้างพระพุทธเจ้าขึ้นมา
สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา
ทั้งหมดนั้น แม้จะอยู่ในสภาพ
ของความเปลี่ยนแปลง
แต่ก็ไม่อาจเข้าไป
เปลี่ยนแปลงสภาพ เดิมแท้
แห่งไกวัลยธรรมได้ เพราะ
ไกวัลยธรรม มีสภาพเป็น
อสังขตะ แม้พระพุทธเจ้า
ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลง
สิ่งนั้นได้. (๑๓๙)
ที่ว่าเป็นปฐมเหตุ
ก็เพราะ
เป็นสิ่งที่มีอยู่ก่อนสิ่งทั้งปวง
แม้สิ่งที่เรียกว่า
พระพุทธเจ้า
ดังพระพุทธภาษิตมีว่า "พระตถาคตจะเกิดขึ้นก็ตาม
จะไม่เกิดขึ้นก็ตาม
ธรรมธาตุนั้นมีอยู่แล้ว"
ดังนี้ สิ่งที่เรียกว่า "ธรรมธาตุ"
ในที่นี้ ได้แก่ ไตรลักษณ์
อิทัปปัจจยตา หรือ
จตุราริยสัจจ์. (๑๔๐)
ในตอนนี้จะกล่าวเฉพาะ
"ไกวัลยธรรม ในฐานะที่เป็น
กฏแห่งอิทัปปัจจยตา"
อันหมายถึง พระเจ้าแห่ง "กรรมและวิบาก"
รวมทั้ง
สภาวะที่อยู่เหนือกรรมด้วย
โดยเหตุนี้ จึงกล่าวได้ว่า
ไกวัลยธรรม กับ อิทัปปัจจยตา
ย่อมมีความหมาย
อย่างเดียวกัน คือ "ความเป็นอย่างนั้น"
(ตถตา)
ไม่เปลี่ยนเป็นอย่างอื่น (อวิตถตา)
ไม่มีอยู่โดยความเป็นอย่างอื่น"
(อนัญญถตา) ดังนี้. (๑๔๑)
ไกวัลยธรรม
ที่มีอยู่ในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน
สิ่งที่เรียกว่า
"ไกวัลยธรรม" มีความหมาย
ตรงกับคำ ๒ คำ ในพุทธศาสนา
ฝ่ายมหายาน คือ "อมิตาภะ
- มีแสงสว่างที่คำนวณไม่ได้"
กับคำว่า "อมิตายุ -
มีอายุที่คำนวณไม่ได้"
ได้แก่
สิ่งที่ไม่อาจกำหนดด้วยเวลา
หรือ เป็นการระบุถึง
องค์แท้ของพระพุทธเจ้า
ดังที่เรียกว่า "อมิตาภะพุทธะ"
หรือ "อมิตายุพุทธะ"
อันหมายถึง พระพุทธเจ้า
องค์เดียวกัน. (๑๔๒)
ไกวัลยธรรม
มีความหมายพ้องกันกับคำในศาสนาคริสต์
จากคัมภีร์ "โยฮัน"
ได้แสดงไว้ว่า
แรกเริ่มเดิมที
ก่อนสิ่งทั้งปวง
มีสิ่งที่เรียกว่า "พระคำ"
(The Word) ได้แก่ "โองการของสิ่งที่มีอำนาจสูงสุด"
อันหมายถึง "พระเจ้า"
ใน "พระคำ"
นั้น มีปรากฏการณ์อยู่ ๒
อย่าง คือ "แสงสว่าง" (Light) กับ
"ชีวิต" (Life) อันเป็นสิ่งที่
อยู่ร่วมกับพระคำ หรือ
พระเจ้า และ
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับ
พระเจ้า นั่นคือ "แสงสว่างกับชีวิต"
เป็นปรากฏการณ์ของพระเจ้านั่นเอง.
(๑๔๓)
คำว่า "แสงสว่าง-ชีวิต"
มีความหมายตรงกันกับ คำว่า "อม |